Showing posts with label สหรัฐ. Show all posts
Showing posts with label สหรัฐ. Show all posts

Wednesday, October 5, 2011

จีนประกาศอหังการ ติดจรวดต้าน "โทมาฮอว์ค" แล้วเสร็จ ทะเลใต้เริ่มสูสี

กระทรวงกลาโหมจีนได้ออกยืนยันเป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้ การนำเข้าประจำการจรวดแบบพื้นสู่อากาศพิสัยกลางรุ่นใหม่สมรรถนะสูง ในการต่อต้านขีปนาวุธข้าศึกที่ยิงโจมตีภาคพื้นดินจากระยะไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจรวดร่อนโทมาฮอว์ค (Tomahawk) ที่สหรัฐฯ ใช้เป็นอาวุธโจมตีหลักในปัจจุบัน

กองทัพประชาชนจีนตีพิมพ์เรื่องนี้ในเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมในวันอังคาร 4 ก.ค.นี้ หลังจากปรากฏเป็นข่าวผ่านในนิตยสาร "กองทัพเรือทันสมัย" ของกองทัพเรือจีนฉบับใหม่ที่ออกปลายสัปดาห์ที่แล้ว

จีนได้นำจรวด SAM (Surface-to-Air Missile) แบบหงฉี-16 (Hongqi-16) เข้าประจำการและติดตั้งในเขตปริมณฑลกองทัพมณฑลเสิ่นหยาง (Shenyang Military Region) แล้วเสร็จ และยังทำอีกเวอร์ชั่นหนึ่งสำหรับติดตั้งบนเรือฟริเกตแบบ 054A ของกองทัพเรือ เพื่อปฏิบัติในทะเลอีกด้วย เว็บไซต์กระทรวงกลาโหมกล่าว

นับเป็นครั้งแรกที่จีนได้ออกเปิดเผยเกี่ยวกับเขี้ยวเล็บล่าสุด โดยจรวด "ธงแดง-16" หรือ HQ-16 ควบคุมด้วยระบบที่สามารถตรวจจับขีปนาวุธข้าศึกที่พุ่งสู่เป้าหมายในระยะต่ำกว่า 10 เมตร ใกล้พื้นดินหรือผืนน้ำได้ ห่างออกไปถึง 40 กม. ไกลพอสำหรับการทำงานของระบบจรวดต่อต้าน

จรวดธงแดง-16 นี้ ได้ช่วยอุดข้อด้อยของระบบจรวดพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ HQ-7 กับระบบจรวดพิสัยไกล HQ-9 และ HQ-12 ที่ใช้ในปัจจุบันได้อย่างดี

Thursday, July 30, 2009

โอบามาจับมือจีน ปั้นโลกศตวรรษ21

โอบามาลั่น ร่วมมือจีนกำหนดโลกศตวรรษที่ 21 แต่อย่าหวังการหารือ 2 ฝ่ายจะบรรลุในทุกประเด็น
บารัก โอบามา
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ขึ้นแถลงเปิดการเจรจาทวิภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีน ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวานนี้ ประกาศลั่นว่า จีนและสหรัฐจะเป็น 2 ประเทศผู้กำหนด รูปแบบของโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วยความร่วมมืออย่างยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการเผชิญหน้ากัน

โอบามา ย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐและจีนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการแก้ปัญหาสำคัญๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ หรือปัญหาการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ด้วย

ผู้นำผิวสีของสหรัฐ กล่าวว่า ไม่มีทางที่ในการเจรจานาน 2 วันของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ 2 ประเทศในครั้งนี้ จะได้ข้อตกลงเห็นพ้องกันในทุกประเด็น แต่ก็เชื่อว่าอย่างน้อยก็จะทำให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้นในประเด็นปัญหา สำคัญๆ ของโลก

“ผมเชื่อว่าเราจะได้ความคืบหน้าในบางประเด็นที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้” โอบามา กล่าว

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จีนซึ่งนำทีมโดย หวังฉีชาน รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง พร้อมกับ ไต้ปิ่งกั๋ว คณะมนตรีแห่งรัฐบาลจีน ซึ่งจะเป็นผู้ที่เจรจาในประเด็นการเมืองกับ ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ส่วนหวังจะเจรจากับ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า การหารือนั้นครอบคลุมหลายประเด็น โดยเฉพาะต่อปัญหาที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนในแต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล ไปตลอดจนถึงความร่วมมือในการหาทางออกในปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์บนคาบสมุทร เกาหลี

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดว่า ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาอะไรกันบ้าง ซึ่งต้องรอจนกว่าการหารือจะจบสิ้น โดยที่ประชุมจะได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้

ก่อนหน้าที่การหารือจะมีขึ้น ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนและสหรัฐต่างก็ออกปากไว้ล่วงหน้าแล้วว่า อาจจะไม่มีการบรรลุข้อตกลงในประเด็นปัญหาหลักๆ ของ 2 ชาติแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาดดุลของสหรัฐที่มีต่อจีน ซึ่งที่ผ่านมาได้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า การกดค่าเงินหยวนของจีน และการขาดดุลการค้าอย่างหนักของสหรัฐต่อจีนนั้น ได้สร้างความเสียหายให้กับภาคการผลิตของสหรัฐมหาศาล และทำให้มีคนตกงานเป็นจำนวนมาก

ด้านหวังผู้นำคณะของจีนได้กล่าวเพียงแต่ว่า จีนจะพยายามเปิดระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อช่วยให้สหรัฐกลับสู่การฟื้นตัวได้

Thursday, November 20, 2008

ข่าวกรองสหรัฐระบุ ปี 2025 จะหมดยุคน้ำมันกับดอลลาร์



รายงานข่าวกรองฉบับใหม่ของสหรัฐฯซึ่งมีชื่อว่า "โกลบอล เทรนส์ 2025" ( Global Trends 2025) ซึ่งจัดพิมพ์ทุกๆ 4 ปีโดยสภาข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ เพื่อให้ผู้นำประเทศมองเห็นปัญหาและโอกาสต่างๆในช่วงประมาณ 2 ทศวรรษข้างหน้า ระบุว่า ในช่วงดังกล่าว โลกอาจยุติการพึ่งพิงต่อน้ำมันโดยสมบูรณ์แล้ว และแม้เงินดอลลาร์สหรัฐฯจะยังมีความสำคัญอยู่ แต่ก็จะลดความสำคัญลงจากอันดับหนึ่ง ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายและรัฐอันธพาลต่างๆ จะเข้าถึงอาวุธนิวเคลียร์ได้มากขึ้น ทำให้โลกตึงเครียดและไม่มั่นคงเพราะเต็มไปด้วยสงคราม เนื่องจากมีแนวโน้มจะมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นบนโลกจากการแย่งชิงแหล่งทรัพยากรหายาก รวมทั้งอาหารและน้ำ

รายงานระบุว่า มีน้อยชาติที่จะสร้างอิทธิพลต่อโลกได้มากกว่าจีน ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในผู้นำทางทหาร กับจะเป็นผู้นำเข้าทรัพยากรธรรมชาติรายใหญ่สุดของโลก และอาจเป็นผู้สร้างมลภาวะมากยิ่งขึ้นด้วย รายงานคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะช้าลงหรือถึงกับลดลง รวมทั้งอาจมีการปฏิรูปเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับแรงกดดันทางสังคมที่ทวีเพิ่มขึ้น และว่าสถานภาพของจีนบนเวทีโลกส่วนใหญ่อยู่บนรากฐานที่โลกปฏิบัติต่อจีนในฐานะ"ประเทศแห่งอนาคต" (the country 0f the future)
ทางด้านอินเดียนั้น ผู้นำอินเดียจะพยายามให้ประเทศตนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสหรัฐ กับจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา ซึ่งรายงานคาดว่าอินเดียจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง , ประชากรวัยหนุ่มสาว ลดการพึ่งพาการเกษตร รวมทั้งเงินออมระดับสูงในท้องถิ่น และอัตราการลงทุน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุด้วยว่า ภายในปี 2025 ปัญหาโลกร้อนจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจรัสเซีย ทำให้ฤดูเพาะปลูกยาวนานขึ้น และช่วยให้รัสเซียเข้าถึงบ่อน้ำมันทางภาคเหนือของประเทศ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจรัสเซียแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ศักยภาพที่รัสเซียจะก้าวขึ้นเป็นชาติมหาอำนาจของโลกอาจถูกบั่นทอนจากการขาดการลงทุนในภาคพลังงาน ปัญหาอาชญากรรม และการคอรัปชั่นของระบบราชการ
นักวิเคราะห์พากันเตือนว่า การก่ออาชญากรรมแบบมีการจัดองค์กรอย่างดี ชนิดเดียวกับที่กำลังสร้างปัญหาให้กับรัสเซียอยู่ อาจมีอำนาจเหนือรัฐบาลของชาติยุโรปตะวันออกหรือยุโรปกลางประเทศหนึ่ง ในขณะที่ชาติในทวีปแอฟริกากับเอเชียใต้ อาจพบว่าบ้านเมืองไร้ผู้ปกครองเพราะรัฐบาลไร้อำนาจในการบริหารภายใต้แรงกดดันด้านความมั่นคงและทรัพยากร

รายงานยังคาดการณ์เรื่องความสำคัญด้านภูมิการเมืองที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามแต่ไม่ใช่ชาวอาหรับ ในพื้นที่นอกตะวันออกกลาง รวมทั้งตุรกี กับอินโดนีเซีย และว่าอิหร่านอาจเป็นชาติสำคัญชาติหนึ่งในระเบียบใหม่ของโลกได้ หากยกเลิกการปกครองโดยครูสอนศาสนา